a
  >  เยื่อบุจมูกอักเสบจากภูมิแพ้   >  แม่จ๋า…หนูหายใจไม่ออก

แม่จ๋า…หนูหายใจไม่ออก

คัดจมูก แน่นจมูก ปัญหาที่กวนลูกน้อยจนนอนไม่ได้

“คุณหมอคะ คุณแม่สังเกตน้องตอนกลางคืนดูหายใจไม่สะดวกเลยค่ะ ทำยังไงดีคะ”

“น้องมีน้ำมูกในจมูกตลอดเวลาเลยค่ะ เป็นมากเวลานอนทั้งกลางวันกลางคืน แต่ว่ากลางคืนจะเป็นหนักกว่า แบบนี้น้องจะเป็นภูมิแพ้ไหมคะ”

“น้องคัดจมูก แน่นจมูกตลอดเวลาเลยค่ะ เวลานอนน้องนอนไม่ได้เลย แต่ไม่มีน้ำมูกนะคะ คุณแม่ลองดูดแล้วก็ไม่มี อย่างนี้มียาอะไรช่วยได้ไหมคะ  ”

อาการคัดจมูก แน่นจมูกของลูกน้อยเป็นหนึ่งในปัญหาที่กวนใจทั้งคุณพ่อ คุณแม่และลูกน้อย เพราะว่าเวลาที่ลูกน้อยคัดจมูก แน่นจมูก ทำให้ไม่สามารถหายใจได้อย่างสะดวก ลูกน้อยก็จะร้องกวนโยเย ไม่ยอมนอน นอนหลับไม่สนิท ตื่นบ่อย ไม่ยอมทานนม ทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดอาการเครียดกันเลยทีเดียว

อาการคัดจมูก แน่นจมูก เกิดจากมีการอุดตันในโพรยงจมูกซึ่งอาจเกิดจากเยื่อบุจมูกบวม น้ำมูก หรือสิ่งแปลกปลอม ไปอุดตันทำให้โพรงจมูกตีบแคบลง เวลาหายใจลมหายใจก็เข้าได้ไม่สะดวก บางครั้งก็มีเสียงหายใจครืดคราดได้ด้วย

อาการคัดจมูก แน่นจมูกเกิดจากอะไร

อย่างที่หมอเดียร์บอกไว้ตั้งแต่ตอนต้นครับว่าอาการคัดจมูก แน่นจมูก เกิดจากโพรงจมูกอุดตันซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็น หวัด คออักเสบ ไซนัสอักเสบ เยื่อบุจมูกอักเสบ ภูมิแพ้ เป็นต้น ซึ่งจะต้องอาศัยการซักประวัติและตรวจร่างกายกายช่วยในการวินิจฉัยว่าอาการคัดจมูก แน่นจมูก เกิดจากอะไร หมอเดียร์ขอแบ่งสาเหตุของอาการคัดจมูก แน่นจมูก ออกเป็น 2 ช่วงอายุเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายๆดังนี้ครับ

1. เด็กแรกเกิด (ตั้งแต่เกิด-อายุ 1 เดือน) และเด็กทารก (อายุ 1 เดือน-1 ปี) หมอเดียร์แบ่งสาเหตุอาการคัดจมูก แน่นจมูก ออกเป็น 2 กลุ่มเพื่อง่ายต่อการสังเกตดังนี้ครับ

1.1. อาการคัดจมูก แน่นจมูกแบบมีน้ำมูก

  • การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ (หวัด, คออักเสบ) เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุอาจเป็นไวรัสหรือแบคทีเรียก็ได้อาการของการติดเชื้อทางเดินหายใจมีหลายอย่างเช่น ไข้(อาจเป็นไข้สูงหรือไข้ต่ำก็ได้), คัดจมูก แน่นจมูก, น้ำมูกใสหรือขุ่น, ไอ , เสลดเสมหะในคอ, คอแดง เป็นต้นอาการเป็นตลอดทั้งวันแต่อาจเป็นมากเวลานอน  ถ้าเป็นการติดเชื้อไวรัสหวัดธรรมดาอาจมีไข้นาน 2-3 วัน แต่ถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่หรือการติดเชื้อแบคทีเรียไข้อาจนานกว่านั้น หลังจากไข้ลดลงแล้วอาการหายใจครืดคราด น้ำมูก คัดจมูก แน่นจมูก ไอ เสลดเสมหะในคอ จะยังมีได้อยู่อาจนานถึง 7-14 วัน แต่จะค่อยๆดีขึ้น คุณพ่อคุณแม่สามารถจัดการอาการคัดจมูก แน่นจมูกได้ด้วยตัวเองที่บ้านเช่น การหยอดจมูกด้วยน้ำเกลือ การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ การดูดน้ำมูกด้วยที่ดูด การใช้ยาหยดจมูก (ต้องให้คุณหมอพิจารณาก่อนนะครับ) เป็นต้น
  • อากาศเย็น อากาศแห้ง อากาศเย็นและแห้งจะไปกระตุ้นเยื่อบุจมูกทำให้บวมทำให้เกิดอาการคัดจมูก แน่นจมูก และยังกระตุ้นให้เยื่อบุจมูกหลั่งน้ำมูกออกมาไหลลงคอหอยเกิดเป็นเสมหะอีกด้วยในคอสาเหตุของอาการคัดจมูกในกลุ่มนี้ มักเป็นช่วงที่เปิดแอร์เย็นๆ หรือช่วงเวลาเย็นๆค่ำๆที่อากาศเริ่มเย็นลง การดูแลทำได้โดยการหยอดจมูก ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ส่วนแอร์เปิดสัก 26-28 องศาเวลานอนไม่ให้แอร์ตกตัวลูก ห่มผ้าสักชั้นหรือสองชั้น เพียงแค่นี้ก็โอเคแล้วครับ
  • ควันบุหรี่ เป็นตัวการสำคัญที่สามารถกระตุ้นให้เยื่อบุจมูกอักเสบบวม หลั่งน้ำมูก อุดตันในโพรงจมูกทำให้ลูกน้อยคัดจมูก แน่นจมูก และน้ำมูกยังไหลลงคอเกิดเป็นเสมหะในคออีกด้วย นอกจากนี้ควันบุหรี่ยังสามารถกระตุ้นหลอดลมทำให้เกิดอาการไอและเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ดังนั้นถ้าครอบครัวไหนมีคนสูบบุหรี่ขอให้เลิกนะครับเพื่อสุขภาพที่ดีของคนในครอบครัวครับ

1.2. อาการคัดจมูก แน่นจมูกแบบไม่มีน้ำมูก

  • ความผิดปกติของโครงสร้างของจมูก เช่น จมูกบี้มากผิดปกติ ผนังกั้นจมูกคด หรือหลังโพรงจมูกอุดตันตั้งแต่แรกเกิด เป็นต้น ส่วนใหญ่มักพบตั้งแต่เกิดหรือในช่วงทารก สาเหตุกลุ่มนี้ทำให้ลูกน้อยคัดจมูก แน่นจมูก มีเสียงหายใจครืดคราดหรือหายใจดัง และอาจมีหายใจหอบร่วมด้วย เพราะลมทะลุผ่านจมูกไปยังหลังโพรงจมูกไม่ได้ การวินิจฉัยทำได้โดยส่องจมูกโดยใช้ที่ส่องหูส่องดูในโพรงจมูกหรือส่งปรึกษาคุณหมอหู คอ จมูก เพื่อส่องกล้องครับ
  • วัตถุแปลกปลอมติดในโพรงจมูก เด็กอายุตั้งแต่ 5-6 เดือนขึ้นไปสามารถใช้มือ นิ้วมือได้เก่งขึ้นสามารถหยิบของมือเดียวได้อย่างคล่องแคล่ว อาจทำให้หยิบของชิ้นเล็กๆเช่น ลูกปัด เมล็ดผลไม้ ของเล่น เม็ดยา ยัดเข้ารูจมูก เกิดการอุดตันในโพรงจมูก ทำให้คัดจมูก แน่นจมูกได้ครับ การวินิจฉัยทำได้โดยใช้ที่ส่องหูส่องดูในโพรงจมูกและถ้าเจอจะต้องปรึกษาคุณหมอหู คอ จมูก คีบเอาออกมาครับ

2. เด็กอายุมากกว่า 1 ปี ส่วนตัวหมอเดียร์จะแบ่งสาเหตุของเสียงหายใจครืดคราดออกเป็น 2 กลุ่มเพื่อง่ายต่อการสังเกตเช่นกันครับ

2.1. อาการคัดจมูก แน่นจมูกแบบมีน้ำมูก เช่น

  • การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ (หวัด, คออักเสบ)
  • อากาศเย็น อากาศแห้ง
  • ควันบุหรี่
  • เยื่อบุจมูกอักเสบจากโรคภูมิแพ้ มักเจอในเด็กอายุ 3-4 ขวบขึ้นไปแต่เดี๋ยวนี้หมอเดียร์ก็เจอในเด็กอายุน้อยๆเหมือนกันครับอาการของเยื่อบุจมูกอักเสบเช่น คัดจมูก แน่นจมูก คันจมูก น้ำมูกไหล(มักเป็นสีใสๆ)น้ำมูกไหลลงคอทำให้เกิดเสลดเสมหะในคอไอ เลือดกำเดาไหลบ่อย มักมีอาการตอนเช้ามืด หลังตื่นนอน ช่วงเย็นๆค่ำๆเวลานอนไปแล้วหรือเวลาไปสัมผัสสิ่งที่แพ้และที่สำคัญคือไม่มีไข้ครับ (ยกเว้นมีการติดเชื้อร่วมด้วยนะครับ)

2.2. อาการคัดจมูก แน่นจมูกแบบไม่มีน้ำมูก เช่น วัตถุแปลกปลอมติดในโพรงจมูก

ช่วยลูกน้อยจากอาการคัดจมูก แน่นจมูกได้อย่างไร

จะเห็นได้ว่าอาการคัดจมูก แน่นจมูกของลูกน้อยเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่หลักๆแล้วเกิดจากการบวมของเยื่อบุจมูกหรือมีน้ำมูกมาอุดตัน ดังนั้นการช่วยลูกน้อยจากอาการคัดจมูก แน่นจมูก สามาถทำได้โดยลดอาการบวมของเยื่อบุจมูกหรือดูดน้ำมูกออกมา วันนี้หมอเดียร์มีเทคนิคจัดการปัญหานี้มาฝากคุณพ่อคุณแม่กันครับ

  1. การหยอดน้ำเกลือหรือล้างจมูก ในเด็กทารกและเด็กเล็กหมอเดียร์แนะนำให้ใช้การหยอดน้ำเกลือ ส่วนเด็กโตคุณพ่อคุณแม่สามารถใช้วิธีล้างจมูกได้ครับ (คุณพ่อคุณแม่สามารถดูคลิปการสอนล้างจมูกได้ที่ช่อง YouTube ได้เลยครับ) ตอนแรกลูกมักไม่ยอมล้างแต่พอฝึกไปเรื่อยๆลูกก็จะชินครับ การล้างจมูกสามารถล้างทั้งเช้า กลางวัน หรือเย็น แล้วแต่ว่าคัดจมูก แน่นจมูกมากน้อยแค่ไหน การหยอดน้ำเกลือหรือการล้างจมูกช่วยทำให้เยื่อบุจมูกที่บวมยุบลง และยังช่วยล้างทำความสะอาดโพรงจมูกที่มีน้ำมูกอุดตันอีกด้วย
  2. เปิดแอร์สัก 26-28 องศาเวลานอนไม่ให้แอร์ตกตัวลูก ห่มผ้าสักชั้นหรือสองชั้น
  3. การใช้ยาหยดจมูกหรือยารับประทานเพื่อลดอาการบวมของเยื่อบุจมูก จะใช้ในกรณีที่เยื่อบุจมูกบวมมากจริงๆ ที่สำคัญจะต้องให้คุณหมอเป็นคนพิจารณานะครับ

จะเห็นได้ว่าคุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยลูกน้อยให้หายคัดจมูก แน่นจมูก ได้ง่ายๆด้วยเทคนิคที่หมอเดียร์นำมาฝากกัน แต่ถ้าอาการคัดจมูก แน่นจมูก ของลูกน้อยเป็นมากๆขึ้น แนะนำพาไปพบคุณหมอนะครับ

Post a Comment